จากกรณีน้องมิ้นต์ น.ส.ขนิษฐา
ผาแสง อายุ 17 ปี เจ้าของตำแหน่งมิสอันเซ็นเซอร์นิวส์ไทยแลนด์
(Miss
Uncensored News Thailand) ประจำปี 2015 ที่ชาวโซเชียลมีเดียนำภาพน้องมิ้นต์ก้มกราบแม่ และช่วยเก็บขยะหาเลี้ยงครอบครัวมาเผยแพร่ ทำให้คนยกย่องในความกตัญญูเป็นอย่างมาก
ต่อมาทางประกวดได้ตรวจพบว่าน้องมิ้นต์วุฒิการศึกษาไม่ตรงกับเกณฑ์ที่กำหนด คือต้องจบการศึกษา ม.6 ขึ้นไป จึงวิงวอนขอให้กองประกวดเห็นใจ เนื่องจากเงินรางวัล 30,000 ที่ได้มาต้องนำไปช่วยเหลือครอบครัว และเป็นทุนการศึกษาของน้อง สุดท้ายทางกองประกวดมีแนวโน้มที่จะไม่ริบรางวัลดังกล่าวคืน แต่จะพิจารณาคุณความดีอีกครั้ง
ความคืบหน้าเมื่อเวลา
12.00 น. วันที่ 28 ต.ค. ที่บ้านเลขที่ 15/4 ม.5 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์
จ.สมุทรปราการ บ้านของน้องมิ้นต์ เป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในบ้านรกด้วยเสื้อผ้ามือสอง
มีห้องนอนแยกหนึ่งห้อง และหลังบ้านมีห้องขยะที่ไว้สำหรับแยกขยะ จัดชี้แจงถึงกรณีทางกองประกวดจะยึดเงินรางวัลน้องมิ้นต์เนื่องจากวุฒิการ ศึกษาไม่ถึงม.6
นายสมชาย
เล็กน้อย หรือเดซี่ ผอ.การประกวดเวทีดังกล่าว กล่าวว่า ไม่มีการยึดอะไรใดๆทั้งสิ้น
มีแต่การช่วยเหลือ และแก้ปัญหาให้น้องมิ้นต์ เพราะมีข้อมูลที่ผิดพลาดในเรื่องการศึกษา ไม่อยากให้ชาวเน็ตหรือใครออกมาขุดคุ้ยประวัติออกมาแฉ
ผู้สื่อข่าวถามว่า
ทางกองประกวดไม่มีการตรวจสอบเรื่องนี้หรือ นายสมชาย กล่าวว่าจากใบสมัครคือมีช่องให้กรอกข้อมูล ทางกองประกวดขอแค่บัตรประชาชนกับทะเบียนบ้าน
และน้องคนไหนอายุไม่ถึง 18 ปี ต้องพาผู้ปกครองมาเซ็นรับทราบ
เวทีนี้คือการปั้นดินให้เป็นดาว เพราะฉะนั้นการศึกษาของดินมันไม่ได้สูงส่ง
สวย สูง มีความั่นใจ เวทีของเราก็สามารถเป็นบัไดให้คุณได้ยืน
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าฉะนั้นบรรทัดฐานจะเป็นยังไง
นายสมชาย กล่าวว่า ไม่ต้องโกงวุฒิมา
จบป.6 ก็มาประกวดได้ เพราะถ้าคุณได้ตำแหน่งเราพาคุณไปเรียนหนังสือต่ออยู่แล้ว เพราะเจตนาของเราคือต้องการพานางงามไปเป็นตัวแทน เพื่อโปรโมทการศึกษาให้สังคมและเยาวชนตระหนักถึงการศึกษามากขึ้น ถ้านางงามสวมมงกุฎไปสมัครกศน.
คิดว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าตอนแรกไม่ได้กำหมดวุฒิม.6 ใช่หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ใช่ ไม่ได้กำหนด
น้องกังวลไปเอง อาจเพราะเคยผ่านเวทีการประกวดใหญ่ๆมาแล้วอาจมีการกำหนดในเรื่องการศึกษา และคิดว่าเวทีของเรากำหนดในเรื่องของการศึกษา และคิดว่าถ้าการศึกษาน้อยจะไม่ผ่านตั้งแต่วันรับสมัคร
ถามต่อว่าเกณฑ์ข้อบังคับที่สำคัญคือเรื่องอะไร
นายสมชาย กล่าวว่า ความจริงใจ
ความบริสุทธิ์ใจ ไม่โกหก ไม่ว่าคุณจะทำอะไรมา เวทีเราเปิดรับเด็กแม้กระทั้งเด็กเสิร์ฟตอนกลางคืน เมื่อถามว่ากองประกวดจะมีการช่วยเหลือน้องยังไง
นายสมชาย ตอบว่า ต่อจากนี้ไปก็ต้องพาน้องไปศึกษาต่อม.6 และระดับมหาวิทยาลัยต่อจนจบ และดูแลจนจบ เพราะน้องมีสัญญากับเรา 5 ปี
เมื่อถามว่าหลังจากศึกษาจบมีงานอย่างอื่นเพิ่มเติมไหม ผอ.การประกวดเวทีดังกล่าว
ตอนนี้มีหนังอยู่ 2 เรื่องที่ติดต่อเข้ามาติดต่อ และซีรีย์ละครที่ให้น้องเป็นนางเอก เพราะตอนไปแคส
มันเกี่ยวกับเต้นๆ น้องเคยมีประสบการณ์เป็นหางเครื่องของอาภาพร
นครสวรรค์ และ ยิ่งยง ยอดบัวงาม
เลยทำได้ดีที่สุด และพรีเซ็นเตอร์สินค้า อะไรทำให้น้องได้รางวัล เพราะหน้าตาแตกต่างจากชีวิตจริง
และความสามารถในการเต้น ความพร้อมและความกตัญญู
ด้าน น.ส.ขนิษฐา
หรือน้องมิ้นต์ กล่าวว่า หลังจากได้รับตำแหน่งรู้สึกดีใจมาก
และไม่คิดว่าตนจะได้มาถึงจุดๆนี้ ภูมิใจในอาชีพเก็บขยะไม่อายใคร เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากมีข่าวกองประกวดจะยึดมงกุฎตอนนั้นกลัวไหม น้องมิ้นต์ กล่าวว่า กลัวมาก
เพราะหนูจะไม่มีงานทำ ส่วนที่มาประกวดเพราะฐานะทางบ้านยากจน
อยากมีงานการที่ดีขึ้น อยากมีเงินใช้จ่ายครอบครัว
และส่งน้องเรียนอีก 2 คน และรวมถึงตนด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่าหลักๆที่มาประกวดเพราะอยากได้เงินมาช่วยทางบ้านมากกว่า ตำแหน่งใช่หรือไม่ น้องมินต์ ตอบว่า คะ
กลัวโดนยึดเงินราวัลมากกว่ามงกุฎ ชีวิตตอนนี้เปลี่ยนไปมาก ถ้าว่างจากการทำงานก็จะไปช่วยแม่
น.ส.ขนิษฐา กล่าวอีกว่า
อยากขอโทษสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งคณะจัดการประกวดด้วยว่า ที่กรอกใบสมัครว่าจบม.6 นั้นจริงๆแล้วตนจบแค่ ม.3 ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงเรื่องวุฒิการศึกษา แต่กลัวไม่ได้เข้าประกวดเท่านั้น และขอความเมตตาคณะกองประกวดด้วยอย่ายึดมงกุฎและเงินรางวัลคืนเลย ที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะอยากช่วยเหลือครอบครัวที่ยากจน
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป้าหมายแรกหลังรับรางวัลคืออะไร
น้องมินต์ ตอบว่า อยากเป็นดารานักแสดง
ส่วนเงินก้อนแรกที่ได้มา ส่วนใหญ่ใช้จ่ายในครอบครัว ส่งน้องเรียน และอีกส่วนก็ให้น้องและน้าเพราะน้าก็ช่วยดูแล และน้องมิ้นต์ได้แนะนำน้องๆที่จะมาประกวดว่า
ถึงแม้จะจบป.6 ม.3 ก็มาสมัครเวทีนี้ได้เพราะเปิดโอกาสให้กับหญิงแท้และหญิงเทียมได้เข้ามามี สิทธิเท่าเทียมกัน
นางอรทัย พรมอวน อายุ 42 ปี คุณแม่น้องมิ้นต์ กล่าวว่า
ภูมิใจในตัวน้องมิ้นต์มากไม่คิดไม่ฝันว่าลูกจะมาถึงในจุดนี้ กังวลเรื่องกระแสและเป็นห่วงลูก เพราะเค้าคิดเยอะอายุน้อยยังไม่ทันเรื่องพวกนี้ คิดมากกลับมาบ้านมาก็มานอนร้องไห้บอกว่าแม่หนูเครียด
หนูปวดหัว กลางคืนนอนร้องไห้ ต้องขอบคุณคุณเดซี่ที่คอยสนับสนุนมาตลอด และตนสอนเสมอว่าต้องเก็บหอมรอมริบเพราะเงินที่หาได้มาหาด้วยความลำบาก คือใช้ให้ประหยัดที่สุดและให้มันอยู่กับเรานานที่สุด








